กรมที่ดิน ประเทศไทย

กรมที่ดิน

ทีมงาน fun88best นำเสนอ

กรมที่ดิน เป็นหน่วยงานระดับกรม ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้พลเมืองและก็ให้บริการขึ้นทะเบียนสิทธิและก็นิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน แล้วก็อสังหาริมทรัพย์อันอื่น รวมทั้งการจัดที่ดินทำมาหากินให้สามัญชนตามประมวลกฎหมายที่ดิน

นรัชกาลพ่อขุนรามคำแหง ท่านทรงดำเนินเมืองประศาสนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของราษฎร โดยให้ราษฏรทำประโยชน์บนที่ดินซึ่งผลตอบแทนจะตกแก่คนๆนั้น

พอมาถึงยุคกรุงศรีอยุธยาเป็นราชบุรีมีระบบระเบียบการจัดการประเทศแบบจตุสดมภ์ที่เรียกว่า เวียง วัง คลังเก็บของ ทุ่งนา ซึ่งเรื่องของที่ดินนี้จัดอยู่ในหมวดของ ทุ่งนา หรือ กรมท้องนา นั่นเอง โดยหน้าที่ของกรมทุ่งนายุคนั้น แบ่งได้ 2 หน้าที่หมายถึงบริหารรวมทั้งตุลาการ

หน้าที่บริหารจะหาที่ดิน โดยให้ราษฏรเข้าไปเริ่มต้นที่ดินไม่ที่รกร้างว่างเปล่าอยู่แล้วก็ให้ใช้ประกอบกิจการทำรับประทาน โดยเขียนโฉนดไว้ให้แก่ผู้เข้าไปเริ่มที่ดินนั่น กับหาที่ดินเพื่อการศาสนา สร้างเป็นอารามต่างๆ

ด้านหน้าที่ตุลาการจะมีบทบาทดูแลการเข้าไปล้มร้างว่าใครกันแน่ลักลอบทำการให้เอามาลงอาญา ทั้งหยุดเหตุทะเลาะเบาะแว้งในเรื่องที่ดิน ดังเช่น กรณีแย่งนากันทำ รวมทั้งกรณีพิพาทเกี่ยวกับการขโมยวัสดุปลูกข้าว ลักขโมยไถ ลักแอก ฯลฯ

ถัดมากรุงรัตนโกสินทร์ลักษณะการจัดการที่ดินส่วนอาจยึดหลักเดียวกันไว้

จนกระทั่งยุค พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 กำเนิดกรณีที่พิพาทเรื่องบาปสิทธิ ที่ดินหลายครั้งๆขนาดขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นว่าเล่น เพราะว่าข้าราชการผู้เก็บภาษีอากรออกหนังสือสำคัญให้เจ้าของที่ไว้ยึดมั่น ไม่บางทีอาจหยุดข้อโต้แย้งโต้เถียงปัญหาเกี่ยวกับบาปสิทธิได้ เนื่องมาจากเนื้อความบนหนังสือ คลุมเครือไม่อาจจะใช้เป็นหลักฐานรับรองได้

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าก็เลยโปรดฯ ให้ เจ้าพระยาเทเวศพัฒนา ซึ่งครองตำแหน่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กระทรวงเกษตรธิการ ทำทะเบียนที่ดินให้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับกรมสิทธิในที่ดินเป็นจริงเป็นจังและก็เร่งด่วนด้วยทรงความคิดมีความคิดเห็นว่าที่ดินราคาแพงเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากมายก่ายกอง ย่อมเป็นต้นเหตุให้ราษฏรมีกรณีพิพาทมากยิ่งขึ้นอีก เหมาะสมจัดหมายเขตที่ดินนั้นให้มั่นคงเพิ่มขึ้น

ท่านโปรดเกล้าฯ ให้ออกพระบรมราชโองการวันที่ 3 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2442 ให้ พระยาประชาชีเจอริบาล(ผึ่ง ยกโต) ข้าราชบริพารเกษตรให้อยู่ในบัญชาการของเทศาภิบาลเขตกรุงเก่า ออกไปทำงานออกโฉนด โดยระบุท้องที่ทิศใต้แต่ว่าแยกบางไทรขึ้นไปตามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทิศตะวันตก รวมทั้งตามฝั่งแม่น้ำแควจังหวัดอ่างทอง ทิศตะวันออกไปจนกระทั่งลำคลองตะเคียนเป็นที่สุดข้างเหนือ

พระยาประชาชีเจอรบาลกับเจ้าหน้าที่แผนที่กระทำเดินตรวจหนแรกช่วงวันที่ 6 เดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2444 ได้ถือเอาโฉนดเป็นหลักทะเบียน ซึ่งหลายตำบลในเขตอำเภอบางปะอินบริเวณกรุงเก่าได้รับการออกโฉนดหรือแจกโฉนดให้

แต่ว่าขณะนั้นยังไม่มีข้อบังคับเป็นหลักสำหรับเพื่อการออกโฉนดแจ่มชัด ท่านก็เลยทรงพระขอความปรานีโปรดเกล้าฯ ออกประกาศพระบรมราชโองการระบุวันที่ 15 ก.ย. พุทธศักราช 2444 จัดระเบียบเรื่องโฉนดไว้อย่างแจ่มแจ้ง แล้วก็พระบรมราชโองการนี้นับว่าเป็นข้อบังคับใช้เพื่อสำหรับการออกโฉนด

นอกจานี้ท่านโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง กรมทะเบียนที่ดิน ขึ้นอยู่กับกระทรวงเกษตรธิการขึ้นมา เพื่อจัดแจงดูแลเกี่ยวกับประเด็นนี้ โดยประกาศพระบรมราชการโองการตอนวันที่ 17 ก.พ. พุทธศักราช 2444 ซึ่งมี นาย ดับบริว เอ.เกรหมูแฮม เป็นเจ้ากรมคนแรก

เพราะเหตุนี้กรมที่ดิน ก็เลยถือเอาวันที่ 17 เดือนกุมภาพันธ์ 2444 เป็นวันตั้งกรมที่ดิน

ถัดมาช่วงวันที่ 29 เดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2475 กรมทะเบียนที่ดิน ก็ได้เปลี่ยนแปลงชื่อมาเป็น กรมที่ดิน ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทยตามประกาศพระบรมราชโองการสับเปลี่ยนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ปลัดทูลสังสรรค์ กระทรวงต่างๆและก็รวมกระทรวง พุทธศักราช 2475

จากนั้นต่อมาอีกหนึ่งปีก็แปลงชื่อมาเป็น กรมที่ดินแล้วก็โลหะธุระ และโอนมาขึ้นอยู่กับกระทรวงเศรษฐการ ตอนวันที่ 12 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2476 แม้กระนั้นก็เป็นตอนๆในเวลาที่ไม่นานนักก็จะต้องโอนกลับมาขึ้นอยู่กับกระทรวงเกษตราธิการอีกทีในอีก 2 ปีถัดมา

ในที่สุดเมื่อมีพ.ร.บ.แก้ไขกระทรวง ทบวง กรม พุทธศักราช 2484 จำเป็นต้องแปลงชื่อกันอีก โดยใช้ชื่อว่า กรมที่ดิน เพียงอย่างเดียวรวมทั้งมาขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 19 พ.ค. พุทธศักราช 2484 บ่อยมาจนกระทั่งในเวลานี้

อำนาจรวมทั้งหน้าที่
ปฏิบัติงานออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ประชาชน
ให้บริการขึ้นทะเบียนสิทธิแล้วก็นิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน แล้วก็อสังหาริมทรัพย์อันอื่น
จัดที่ดินทำมาหากินให้ประชากรตามประมวลกฎหมายที่ดิน
ควบคุมการจัดสรรที่ดิน
การเขียนทะเบียนห้องชุด
ควบคุมช่างรังวัดเอกชน
หน่วยงานในสังกัด
ราชการบริหารศูนย์กลาง
ที่ทำการผู้ช่วยกรม
กองการข้าราชการ
กองการพิมพ์
กองคลังเก็บของ
กองเทคโนโลยีทำแผนที่
กองแผนงาน
กองฝึกหัด
กองพัสดุภัณฑ์
ศูนย์ข้อมูลแผนที่รูปแปลงที่ดิน
สำนักข้อบังคับ
ที่ทำการคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน
ที่ทำการที่ดินจ.กรุงเทพฯ
สำนักจัดแจงที่ดินของเมือง
สำนักไอที
สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน
สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ
สำนักมาตรฐานรวมทั้งเกื้อหนุนการรังวัด
สำนักสนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์2
ราชการส่วนภูมิภาค
ที่ทำการที่ดินจังหวัด มีเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัด (อำนวยการ ขั้นสูง) เป็นหัวหน้าหน่วยงาน โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 5 กรุ๊ปงาน เป็นต้นว่า
ข้างอำนวยการ
ข้างทะเบียน
ข้างรังวัด
ข้างควบคุมและก็รักษาหลักฐานที่ดิน
กรุ๊ปงานที่เกี่ยวข้องกับด้านวิชาการที่ดิน
ที่ทำการที่ดินอำเภอ ดังที่รัฐมนตรีประกาศระบุ

วิสัยทัศน์ :

ขับเคลื่อนการจัดการที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และการพัฒนาประเทศ ด้วยมาตรฐานกาจัดการ การบริการระดับสากล

กองสลาก หวยรัฐบาล

กองสลาก ประวัติ ล๊อตเตอรี่/หวย

การออกล็อตเตอรี่ฯ ในประเทศไทยตามประวัติความเป็นมาได้เริ่มมีขึ้นในยุคพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 โดยมีฝรั่งคนอังกฤษชื่อ “คุณครูอาลบาสเตอร์” เป็นหัวหน้าลักษณะการออกรางวัลสลากแบบยุโรปมาเผยแพร่เป็นคนแรกโดยเรียกว่า “สลากกินแบ่ง” โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระโปรดโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กรมทหารมหาดเล็กออกสลากกินแบ่งเป็นครั้งแรกในประเทศ ไทย เมื่อปี พุทธศักราช 2417 เนื่องในงานพิธีฉลองครบรอบวันพระราชสมภพของท่าน โดยมีเป้าหมายที่จะสามารถช่วยเหลือพ่อค้าฝรั่งที่นำผลิตภัณฑ์มาร่วมแสดงสำหรับเพื่อการจัดพิพิธภัณฑสถานที่อาคารคองค้างเดียในพระราชวัง

รวมทั้งถัดมาในยุคพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พุทธศักราช 2460 ซึ่งเป็นตอนๆที่อยู่ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 สหราชอาณาจักรอังกฤษซึ่งเป็นประเทศฝ่ายสัมพันธมิตร มุ่งหวังจะกู้ยืมเงินจากเมืองไทยเพื่อใช้สำหรับเพื่อการการศึก แต่ว่าไม่บางทีอาจกู้โดยตรงจากรัฐบาลไทยได้ เนื่องจากว่าจะเป็นการกระทบงบประมาณที่ประชุมรักชาติที่อังกฤษ ก็เลยดำเนินหลักการกู้หนี้ยืมสินจากสามัญชนด้วยการออกหวย โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

แล้วก็ถัดมาในปี พุทธศักราช2466 ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ออก”หวยเสือป่าล้านบาท” เพื่อหาเงินบำรุงกองเสือป่าอาสาสมัครโดยพิมพ์ ปริมาณ 1 ล้านฉบับ จัดจำหน่ายฉบับละ 1 บาท

อมาในยุครัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวหลังความเคลื่อนไหวการปกครอง ในปี พุทธศักราช 2476 รัฐบาลมีนโยบายที่จะลดเงินรัชชูปการ (เงินที่เรียกเก็บจากชายไทยที่ไม่จะต้องรับราชการทหาร) ทำให้เมืองขาดรายได้ ก็เลยได้ดำริให้มีการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้นโดยเรียกว่า “สลากกินแบ่งรัฐบาลประเทศไทย” โดยพิมพ์ออกวางขายปริมาณ 1 ล้านฉบับๆละ 1 บาท ปีละ 4 งวด

ถัดมาในปี พุทธศักราช 2477 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้กระทรวงมหาดไทยออกล็อตเตอรี่บำรุงเทศบาลโดยระบุว่า ถ้าเดือนใดเป็นเดือนที่ออกสลากกินแบ่ง เดือนนั้นให้งดเว้นจัดจำหน่ายล็อตเตอรี่ของเทศบาล โดยเริ่มจัดจำหน่ายงวดแรกเมื่อพ.ย. พุทธศักราช 2478 แล้วออกสลากเมษายน พุทธศักราช 2479 โดยพิมพ์ปริมาณ 500,000 ฉบับๆละ 1 บาท และก็ได้มีการออกลอตเตอรี่รวมทั้งสลากบำรุงเทศบาลบ่อยมา

ในปี พุทธศักราช 2482 ซึ่งนับว่าเป็นสมัยที่สลากกินแบ่งเริ่มทำงานอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยคณะรัฐมนตรีได้ลงความเห็นให้โอนกิจการค้าสลากกินแบ่ง แล้วก็สลากบำรุงเทศบาล มาขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลัง รวมทั้งได้มีการตั้งคณะกรรมการออกหวยรัฐบาลขึ้น โดยมีพระยาพระพรหมทัตศรีงาม เป็นประธานกรรมการ ช่วงวันที่ 5 ม.ย. 2482 ในวันดังที่กล่าวถึงมาแล้วก็เลยนับว่าเป็นวันตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกระทั่งเดี๋ยวนี้

และก็การออกสลากกินแบ่งก็ได้ปรับปรุงบ่อยมาจนกระทั่งปี พุทธศักราช 2517 ได้มีการออกพระราชบัญญัติที่ทำการ สลากกินแบ่งขึ้น กำหนดให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นนิติบุคคล แล้วก็เป็นรัฐวิสาหกิจขึ้นตรงต่อกระทรวงการคลัง

นอกเหนือจากการดำเนินกิจการภายในประเทศแล้ว สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยังได้มีการติดต่อประสานงาน แล้วก็แลกข้อคิดเห็นรวมทั้งข่าวสารด้านกิจการค้าล็อตเตอรี่กับต่างถิ่นด้วย โดยการเข้ามาเป็นสมาชิกของสโมสรล็อตเตอรี่โลก (World Lottery Association : WLA) รวมทั้งเป็นพวกของสัมพันธ์ล็อตเตอรี่ภูมิภาคทวีปเอเชียแปซิฟิค (Asia Pacific Lottery Association : APLA) ตั้งแต่ปี พุทธศักราช2543

(หมายเหตุ World Lottery Association ปรับปรุงมาจากหน่วยงาน International Association of State Lotteries ซึ่งที่ทำการฯ เป็นพวกตั้งแต่ปี พุทธศักราช2503)

ภารกิจหลักสำหรับการทำงาน

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล บริหารภายใต้พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ที่ใช้บังคับตั้งแต่ 1 เดือนตุลาคม พุทธศักราช2517 ซึ่งมีจุดหมายดังนี้ มาตรา 5 เนื้อความว่า ให้ก่อตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้น เรียกว่า “สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล” มีจุดมุ่งหมายดังนี้

  • ออกหวยรัฐบาล
  • จัดแจงสำนักพิมพ์อันเป็นวัสดุอุปกรณ์สำหรับในการพิมพ์หวยรัฐบาลหรืองานพิมพ์อื่นที่คณะกรรมการมีความคิดเห็นถูกใจ
  • ทำการอื่นใดที่เกี่ยวข้องหรือที่มีประโยชน์แก่การดำเนินกิจการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
กองสลาก ประวัติ ล๊อตเตอรี่/หวย

ภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งเป็น การจัดการสำนักพิมพ์ อันเป็นเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับการพิมพ์สลากกินแบ่ง และก็งานเอกสารอื่นที่คณะกรรมการมีความคิดเห็นถูกใจ เดี๋ยวนี้สถานที่พิมพ์สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลตั้งอยู่ที่ ตรอกแยกเอกมัย ถนนสุขุมวิท 63

นอกเหนือจากการพิมพ์ลอตเตอรี่แล้ว สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยังได้มีการพิมพ์สลากบำรุงการบุญ ใบตรวจผลของการออกรางวัล รวมทั้งงานพิมพ์อื่นที่รับจ้างจากข้างนอก

ซึ่งจำนวนมากเป็นงานเอกสารกันปลอมของหน่วยงานราชการที่คณะกรรมการมีความคิดเห็นถูกใจ เป็นต้นว่า ตั๋วรถเมล์ ตั๋วรถเมล์ บริษัท ขนส่ง จำกัด บัตรผ่านทางของการทางพิเศษฯ สติ๊กเกอร์ของกรมสรรพสามิต ซึ่งนำมาใช้ในการพิมพ์ ล๊อตเตอรี่ หรือ หวย w88 แม้ว่าจะไม่สร้างผลกำไรให้เยอะมากๆนัก เพราะว่าเป็นรูปแบบของการให้การช่วยเหลือ และก็รับพิมพ์รายงานในราคาต่ำยิ่งกว่าสำนักพิมพ์ของเอกชน แม้กระนั้นก็ถือได้ว่าเป็นผลงานที่ภูมิใจของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในความมีความสามารถรวมทั้งได้รับความเชื่อมั่น

จิตอาสา คืออะไร

จิตอาสาคืออะไร

จิตอาสา ทุกคนคงเคยได้ยินกับคำนี้กันใช่มั้ยคะ เพราะคนเรานั้นต้องมีความดี เมตตา และจิตอาสานั้นอยู่ในในตัวของทุกคน บางคนก็ทำจิตอาสาด้วยใจ ทำทุกวันและเวลา บางคนทำเพื่อที่จะนำไปใช้ในการทำคะแนนในการเรียน ส่วนใหญ่ทุกสถานศึกษาจะเน้นให้นักเรียนทำจิตอาสากัน เพื่อมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีค่ะ เรามารู้จักคำว่าจิตอาสากันดีกว่าค่ะ

จิตอาสานะคะ สมัยก่อนจะเรียกว่าอาสาสมัครปัจจุบันก็เปลี่ยนมาใช้คำว่า จิตอาสา นั้นก็คือการใช้ความดีความงามเพื่อแก่เพื่อนมนุษย์ของเรา โดยเต็มอกเต็มใจ ผู้ที่มีจิตใจนั้นมีความเป็นผู้ให้ เช่น การให้สิ่งของ เงิน ความช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าเป็นการช่วยเหลือในด้านกำลังกายหรือการใช้สมองหรือเวลา ถือว่าเป็นการเสียสละการใช้สิ่งที่ตัวเองมี เพื่อประโยชน์ส่วนรวมละเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แต่ได้รับความสุขมาตอบแทน ความสุขที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น เป็นจิตที่ไม่นิ่งดูดาย เมื่อเวลาพบเจอปัญหาความทุกข์ยากของผู้อื่น และรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น เห็นน้ำตาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแทน ซึ่งเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งและทำให้จิตใจของเรานั้นเปี่ยมไปด้วยบุญ ทำให้ตัวเรานั้นมีแต่ความสุขสงบร่มเย็นทั้งใจ ค่ะ

การเป็นจิตอาสา หรือจะเป็น อาสาสมัคร นะคะ ไม่ว่าเราจะเจองานใด ๆ ที่จะเกิดประโยชน์ในด้านบวก เราทุกคนสามารถทำได้หมดค่ะ จะเป็นจิตอาสานั้นสามารถเป็นได้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็น อายุ การศึกษา เพศ ฐานะ หรืออาชีพต่าง ๆ คุณครู นักการเมือง หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ต่าง ล้วนไม่มีกฎเกณฑ์ใด ๆ มาแบ่งแยกและตัดสินค่ะ

UFABET168 คือเว็บพนันครบวงจรอันดับต้นๆของเมืองไทย  ที่ให้บริการเกี่ยวกับการเดิมพันออนไลน์ ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์เต็มรูปแบบ มีทั้งแบบ วิดิโอเกมส์ โต๊ะเกมส์ (table Game) และ แบบไลฟ์ดีลเลอร์ หรือที่เรียกง่ายๆว่า คาสิโนสดนั้นเอง  มีให้บริการมากมายหลายประเภทการเดิมพัน ช่วยเติมเต็มความต้องการของนักพนัน ผู้แสวงหาผลกำไรและความท้าทาย ไม่ว่าท่านจะชื่นชอบ การเดิมพันการแข่งขันกีฬาต่างๆ เช่น แทงบอลออนไลน์ แทงบาสเก็ตบอล วอลเล่ย์บอล มวยสากล มวยไทย กระทั่งกีฬาใหม่ล่าสุดสำหรับเกมเมอร์ หรือเรียกง่ายๆว่า E-sport (อี สปอร์ต) 

https://ufabet168.pro/

สภากาชาดไทย

สภากาชาดไทยที่หลาย ๆคน คงเคยได้ยินกันนะคะ สภากาดไทยนั้นมีหน้าที่คอยดูแลชีวิตและสุขภาพร่างกายของคนไทยค่ะ มีชื่อเดิมว่า “สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม”  ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2436 โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ ภรรยาของ พระยาภาสกรวงศ์เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง ซึ่งมีสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นสภานายิกาพระองค์แรก สันนิบาตสภากาชาดมีมติรับสภากาชาดสยามเป็นสมาชิกในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2464

ประวัติความเป็นมานะคะ เมื่อพ.ศ. 2436 เกิดสงครามระหว่าง ประเทศไทย กับ ประเทศฝรั่งเศส เรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ซึ่งส่งผลให้ทหารบาดเจ็บล้มตายมาก แต่ไม่มีองค์การกุศลหลักที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือพยาบาลและบรรเทาทุกข์ ดังนั้น ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ จึงได้ชักชวนสตรีอาสาสมัครขึ้น และได้กราบบังคมทูล สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาติ ตั้ง “สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม” เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสว่า เป็นความคิดอันดีตามแบบอย่างประเทศที่เจริญแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาติให้จัดตั้ง “สภาอุณาโลมแดง” ขึ้น เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2436 ซึ่งถือเป็น “วันสถาปนาสภากาชาดไทย” นั้นเอง นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ทรงเป็น”สภาชนนี” สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ทรงเป็น”สภานายิกา” และท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ เป็นเลขานุการิณีสภาอุณาโลมแดง

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำริว่า ถ้าได้จัดโรงพยาบาลของกาชาด ก็จะเป็นประโยชน์แก่บ้านเมือง พระองค์จึงได้ร่วมกับพระราชภราดาภคินี ทรงบริจาคทรัพย์รวมกับทุนของสภาอุณาโลมแดง สร้างโรงพยาบาลขึ้นในที่ดินส่วนพระองค์ แล้วโปรดเกล้าฯ ขนานนามตามพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่า “โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์” เพื่อเป็นอนุสรณ์ในพระราชบิดา และให้โรงพยาบาลนี้เป็นของสภากาชาดสยาม ต่อมา พ.ศ. 2463 สภากาชาดไทยได้รับการรับรองจาก “ส่วนการรับรองระหว่างประเทศ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ” และพ.ศ. 2464 สภากาชาดไทยเข้าเป็นสมาชิกของ “สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ” ค่ะ

จุดเด่นของ ห้อง VIP

บาคาร่าvip        เคยมั้ย ? กับการเล่นเว็ปพนันผ่าน เอเย่นซ์ ทั่วไปที่สามารถเดิมพัน สูงสุดได้แค่ 3,000 หรือ 5,000 บาท หากนักพนันท่านไหนอยากได้ความท้าทายใหม่ และต้องการวางเดิมพันในระดับที่สูงกว่านั้น  บาคาร่าvip ตอบโจทย์เป็นอย่างดี ด้วยสามารถ เดิมพันเริ่มต้น ที่ 10 บาท และ เดิมพันสูงสุด ถึง 500k หรือ 500,000 บาท

มูลนิธิ

หลายคนต้องเคยได้ยินคำว่า มูลนิธิ กันใช่มั้ยคะ สงสัยมั้ยคะว่ามันคืออะไร มีความหมายว่าอย่างไร แล้วมีส่วนเกี่ยวข้องยังไง ที่มาที่ไปของมูลนิธิ แล้วมีมูลนิธิไว้ทำไม ครั้งนี้เรามาหาคำตอบกันค่ะ เพราะมูลนิธินั้นมีคุณค่ามากกว่าที่คุณคิดแถมยังเป็นประโยชน์ของสังคมที่คุณอาจจะคิดไม่ถึงเลยก็ได้ค่ะ

การจัดตั้งมูลนิธินั้นนะคะ ก็เพื่อช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ สำหรับคนที่ขาดรายได้หรือคนยากไร้ของคนไทยค่ะ จึงมีการก่อตั้งมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือในแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเป็นการรักษาเจ็บไข้ได้ป่วย การช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่คนไทยอาจจะคิดไม่ถึง เพื่อเป็นกองทุนสำรองในการช่วยประเทศในเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ค่ะ คำว่า “มูลนิธิ” นะคะตามกฎหมายมาตรา 110 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมายถึง ทรัพย์สินที่จัดสรรไว้โดยเฉพาะสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลสาธารณะ การศาสนา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ วรรณคดี การศึกษา หรือเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างอื่น โดยมิได้มุ่งหาประโยชน์มาแบ่งปันกันและได้จดทะเบียนตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ และการจัดการทรัพย์สินของมูลนิธิ ต้องไม่ใช่การหาผลประโยชน์เพื่อบุคคลใด นอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้นเอง

บาคาร่าออนไลน์

เห็นมั้ยคะว่ามูลนิธินั้นมีคุณค่ามากกว่าสิ่งใด และคนที่ช่วยเหลือหรือบริจาคสมทบทุนให้แก่มูลนิธิก็ถือว่าเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่มากเช่นกัน เพราะว่าสิ่งที่เราทำหรือช่วยเหลือไปนั้นมันสามารถเอาไปใช้ได้อีกหลาย ๆ อย่างในแบบที่เราคาดไม่ถึง เช่น ช่วยประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ช่วยคนที่ยากไร้ ช่วยคนที่ไม่มีคุณทรัพย์ เหมือนเรานั้นได้ต่อลมหายใจของพวกเขาอีกด้วย ถือว่าเป็นบุญที่ใหญ่มาก ๆ แบบที่เราไม่รู้ตัวเลยค่ะ